in สุขภาพ

ฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่างชนิดกันได้ไหม และจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือไม่

ในสถานการณ์ที่ทั่วโลกเร่งเดินหน้า ฉีดวัคซีนโควิด-19 (COVID-19) เพื่อยุติการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่หลายประเทศประสบปัญหาขาดแคลนวัคซีน จึงทำให้การฉีดวัคซีนล่าช้าออกไป นักวิจัยบางส่วนจึงเสนอให้มีการฉีดวัคซีนต่างชนิดกันเพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับความจำเป็นในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโควิด-19 อีกด้วย ในบทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลที่อาจช่วยคลายข้อสงสัยให้แก่คุณ

การฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นวิธีที่ช่วยป้องกัน โรคโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ลดความรุนแรงของโรค และลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยวัคซีนโควิด-19 หลักที่ได้รับอนุมัติการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องมี 2 ชนิด ได้แก่

  • วัคซีน AZD1222 จากบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) เป็นวัคซีนชนิดที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Viral Vector Vaccines) โดยต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ห่างกัน 10–12 สัปดาห์
  • วัคซีน CoronaVac จากบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) โดยต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ห่างกัน 2–4 สัปดาห์

หากมีเหตุจำเป็นในการได้รับวัคซีนล่าช้ากว่ากำหนด สามารถเลื่อนการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ได้ไม่เกิน 16 สัปดาห์ และให้บุคคลนั้นรับวัคซีนต่อเนื่องโดยเร็วที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มฉีดเข็มที่ 1 ใหม่

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติวัคซีนทางเลือกให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเพิ่มอีก 4 ชนิด ได้แก่ วัคซีนจากบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) โมเดอร์นา (Moderna) ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) และไฟเซอร์–ไบโอเอ็นเทค (Pfizer/BioNTech)

Written By:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *