in สุขภาพ

การตรวจ อัลตราซาวด์ 4 มิติ (ULTRASOUND 4D)

การตรวจ อัลตราซาวด์ ระหว่างตั้งครรภ์มีประโยชน์ในการตรวจความผิดปกติของโครงสร้างของร่างกายทารกในครรภ์ (Fetal Structural Abnormality) โดยเฉพาะโครงสร้างหลัก (Major Structures) ได้แก่ กระโหลกศีรษะ เนื้อสมอง โครงกระดูก แขนขา ช่องอก เนื้อปอด หัวใจ ผนังหน้าท้อง อวัยวะหลักภายในช่องท้อง เช่น ตับ ไต ความผิดปกติของลำไส้บางชนิด กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น
ประเภทของการตรวจอัลตราซาวด์
อัลตราซาวด์2 มิติ (2D)
อัลตราซาวด์3 มิติ (3D)
อัลตราซาวด์4 มิติ (4D)

อัลตราซาวด์2 มิติ (2D) เป็นการส่งคลื่นเสียงและรับภาพในแนวระนาบ หรือมี 2 มิติ คือ เหมือนภาพหน้าตัดตามขวางหรือยาวของวัตถุ ทำให้ภาพที่ปรากฏไม่มีความลึกที่เสมือนวัตถุจริง มีความละเอียดน้อยกว่าอัลตราซาวด์ 3 มิติ หรือ 4 มิติ รวมทั้งไม่สามารถเก็บภาพต่อเนื่องและวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวแบบอัลตราซาวด์ 4 มิติ
อัลตราซาวด์3 มิติ (3D) เป็นการสแกนภาพหรือวาดตามองบริเวณผิวนอกเหมือนเราดูวัตถุ หรือดูคนก็จะเห็นผิวนอกของคนนั้นเป็นภาพ 3 มิติ คือมีความกว้าง ความยาว และความลึก หัวตรวจ และอุปกรณ์ประมวลผลจะมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยหัวตรวจจะส่งคลื่นเสียงในลักษณะหลายระนาบ จะเห็นลักษณะของพื้นผิว แสดงภาพเสมือนวัตถุจริง คือ แสดงลักษณะพื้นผิวเป็น 3 มิติ แต่เป็นภาพนิ่ง
การตรวจอัลตราซาวด์ 4 มิติ (4D) เป็นคลื่นเสียงความถี่สูง ถูกส่งผ่านวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว มีการเก็บข้อมูลต่อเนื่องตามระยะเวลาที่ตรวจ จึงสามารถเห็นทารกเคลื่อนไหวอยู่ในครรภ์มารดาเสมือนจริงแบบ Real-time สามารถเห็นกริยา อาการ และอิริยาบถที่กำลังกระทำอยู่ในขณะตรวจครรภ์ เช่น การหาว การขยับนิ้ว การหันหน้า การได้ยินเสียงหัวใจลูกน้อยเต้น เป็นต้น ที่ดูต่อเนื่องกันไปเป็นภาพเคลื่อนไหวเหมือนดูภาพยนตร์ซึ่งต่างจากอัลตราซาวด์ 3 มิติ ช่วยให้สามารถศึกษาพฤติกรรมต่างๆ ของทารกในครรภ์ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ อัลตราซาวด์ 4 มิติ (4D) จะเป็นภาพที่ดูง่ายสำหรับบุคคลทั่วไป และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการวินิจฉัยความผิดปกติของอวัยวะภายนอก เช่น ปากแหว่ง นิ้วมือ เท้าเกิน เป็นต้น การที่คุณพ่อคุณแม่สามารถมองเห็นลูกน้อยได้ อ่านเพิ่มเติม

Written By:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *