in สุขภาพ

โรคสุกใสหรือ โรคอีสุกอีใส

โรคสุกใสหรือ โรคอีสุกอีใส
เป็นโรคที่เกิดจากติดเชื้อไวรัส Varicella – Zoster virus หรือ Human herpes virus type 3 ในประเทศไทยมักเกิดการระบาดในช่วงต้นปี คือตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน พบได้ทุกกลุ่มอายุ โดยมากมักเกิดในเด็ก อาการในเด็กมักไม่รุนแรง เมื่อเทียบกับอาการในผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ที่มักจะมีอาการรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อนมากกว่า ในปัจจุบันโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน
โรคสุกใสสามารถติดต่อโดยการหายใจเอาฝอยละอองจากทางเดินหายใจของผู้ป่วย หรือสัมผัสโดยตรงกับตุ่มน้ำบนผิวหนังของผู้ป่วยที่อยู่ในระยะแพร่เชื้อ ระยะที่ผู้ป่วยอาจแพร่เชื้อได้คือ 1-2 วันก่อนผื่นขึ้น จนกระทั่งผื่นตกสะเก็ดหมด
หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการในระยะเวลาประมาณ 10-21 วัน อาการที่พบคือ มีไข้ (มักมีไข้ประมาณ 37.8 – 38.9 C แต่อาจพบไข้สูงถึง 41.1 C ได้ ไข้จะลดลงหลังจากมีผื่น 2 – 4 วัน) ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดท้องเล็กน้อย อาการเหล่านี้มักเกิดก่อนมีผื่น 1 – 2 วัน
ผื่นที่พบใน โรคอีสุกอีใส มีลักษณะเป็นผื่นแดงราบมีอาการคัน ต่อมากลายเป็นตุ่มนูนมีน้ำใสอยู่ภายในแล้วตกสะเก็ด สะเก็ดจะหลุดหายไปในเวลาประมาณ 5-20 วัน ผื่นมักขึ้นเต็มที่ใน 4 วัน โดยจะไม่ขึ้นพร้อมกันทั่วร่างกาย กล่าวคือบางที่เป็นผื่นแดงราบ บางที่เป็นตุ่มนูนใส หรือบางที่เริ่มตกสะเก็ด ตำแหน่งที่เริ่มพบคือที่หนังศีรษะ ใบหน้า ลำตัว แล้วกระจายไปที่แขน ขา อาจพบแผลในช่องปากและในลำคอได้ จำนวนผื่นที่พบโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 จุด
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบร่วมได้ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด ปอดอักเสบ ตับอักเสบ ข้ออักเสบ สมองอักเสบและภาวะแทรกซ้อนทางสมองอื่นๆ เป็นต้น
ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้แก่ หญิงมีครรภ์ ทารกแรกเกิด ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูก ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้รับประทานยากดภูมิต้านทานต่างๆ
เมื่อผู้ป่วยหายจากโรคสุกใสแล้วเชื้อไวรัสจะหลบซ่อนอยู่ที่ปมประสาท ทำให้เกิดโรคงูสวัดได้เมื่อภูมิต้านทานของร่างกายลดลง
โรคสุกใสสามารถหายได้เองโดยเฉพาะในเด็กที่สุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำ การรักษาด้วยยาต้านไวรัสจึงไม่มีความจำเป็นต้องให้ในผู้ป่วยทุกราย โดยมากพิจารณาให้ในรายที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง การให้ยาต้านไวรัสอาจทำให้ระยะการเป็นโรคสั้นลงได้ ผู้ป่วยควรได้รับยาต้านไวรัสเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเริ่มมีผื่นขึ้น ประโยชน์จากการรักษาด้วยยาต้านไวรัสจะน้อยลงหากได้รับหลัง 72 ชั่วโมงหลังเริ่มมีผื่นขึ้น อ่านเพิ่มเติม

Written By:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *