in movie

รีวิว ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์

เรามี 9 ศาสตรา ที่สร้างมาตรฐานใหม่ของวงการนี้ พี่ครุฑของเราเลยกลายเป็นนกในเงามืดไปเลย มันก็อดเปรียบเทียบไม่ได้จริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหวังว่าจะพัฒนาส่วนนี้ให้มันดีขึ้นในผลงานหน้า

ต่อมากับด้าน บท+เนื้อเรื่องนะครับ คือตรงนี้เป็นส่วนที่หักคะแนนของหนังเรื่องนี้ไปเยอะครับ เพราะว่าบททำออกมาได้ไม่ค่อยดี ต้องบอกว่าแม้ 9 ศาสตราจะเดินเรื่องเป็นเส้นตรง แต่ผมก็ยังมองว่ามันสนุก ไม่ค่อยน่าเบื่อ ผิดกับครุฑที่ผมหาวววว ไปหลายรอบอยู่เหมือนกัน คือไม่ได้หาวเพราะเนื้อเรื่องมันเดินช้า หรือมันเนิบ แต่มันเพราะหลายๆอย่างมันไม่เมคเซนส์ มันไม่สมเหตุสมผล ซึ่งก็หลายจุดมากๆ คือถ้าพูดกันตามตรงก็อยากบอกเลยว่าบทมัน “มักง่าย” มากๆ คือจุดประสงค์แท้จริงอาจจะเพราะอย่างทำให้เด็กๆดู จะได้เข้าใจได้ง่ายและไม่สับสน แต่ผมก็ยังคิดว่ามันน่าจะทำให้มีเหตุมีผลมากกว่านี้ เพื่อที่จะทำให้มันดูได้ “ทุกวัย”

แถมบทพระเอกเองก็ไม่ค่อยเด่นเลย รู้สึกตัวละครแต่ละตัวมันแบน ไม่มีน้ำหนัก ทำให้ไม่น่าสนใจ ไหนจะตัวละครบางตัวตอนแรกดูเหมือนจะไม่ใช่คนดี อยู่ๆหยิบดาบมาสู้กับฝ่ายร้ายเฉยๆ การเฉลยตัวร้ายที่เป็นไส้ศึกก็ง้ายง่าย ไม่ได้กะให้ตื่นเต้นอะไร เหมือนอะไรอยากเล่าก็ใส่ๆไป ไม่ได้สนใจว่าจะมีชั้นมีเชิงอะไรไหม แต่ก็ชอบตอนสุดท้ายที่จบออกมาแปลกกว่าที่คิด ก็ยังดีใจที่ยังกล้าเลือกที่จะฉีกไปทางอื่นบ้าง

ส่วนสุดท้ายคือการพากย์นะครับ อันนี้แหละครับ ความสำคัญที่ผู้กำกับ และทีมงานมองข้าม เพราะเราไม่ควรเอาคนที่พากย์แทบไม่ได้มาพากย์เป็นตัวเอก เรื่องนี้ณเดชน์ทำมันออกมาได้ไม่ดีจริงๆครับ คือเข้าใจนะว่ามันเป็นครั้งแรก แต่ถ้าอยากให้หนังมันออกมาดี มันก็ต้องฝึกให้มากกว่านี้ครับ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆอยากเอาดาราดังระดับต้นๆของไทยมาพากย์ ก็จับมาเลย จะได้เรียกฐานแฟนคลับ มันพังหนังไปเยอะครับ ทุกครั้งที่ณเดชน์ผมรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นตัวละครที่เขาพากย์ เขาเป็นคนอ่านบทเฉยๆ ส่วนตัวละครนั้นมันก็เล่นของมันไปอย่างนั้น และไม่ใช่แค่ณเดชย์คนเดียว เกือบ 70-80% ของเรื่องเป็นแบบนี้หมด สามารถดูได้ ที่ ดูหนังออนไลน์

ที่พากย์ดีนี่นับตัวละครได้ เพราะส่วนใหญ่มันไม่ค่อยโอเค ถึงแม้ผมไม่ค่อยชอบการพากย์ของไต้ฝุ่นและโบว์ AF5 ใน 9 ศาสตรา แต่ผมก็ยังพูดได้เต็มปากว่ามันดีกว่านี้ โชคยังดีที่ได้นักพากย์อาชีพมาบ้าง ทำให้รู้สึกลื่นหูขึ้นบางครั้ง ยังไงก็ตามอยากให้รอบหน้าทำงานเรื่องการพากย์ให้มันละเอียดกว่านี้อะนะ

ขอเสริมอีกส่วนนึงคือเรื่องเอฟเฟค และการฆ่าในเรื่อง ผมไม่ทราบว่าเด็กที่มาดูส่วนใหญ่เหมาะกับฉากฟันคอขาด ตัวขาด เลือดกระฉูดในหลายๆฉากรึเปล่าอะนะครับ แต่เป็นไปได้ผมคิดว่าการมีเลือดให้น้อยที่สุดน่าจะดีกับเด็กมากกว่า แต่เรื่องนี้เล่นมีฉากโหดๆเยอะม้ากกก จริงๆเด็กอาจจะไม่อะไรก็ได้ แต่ผมก็แอบๆกลัวมันไปส่งผลอะไรกับเด็กเหมือนกัน

ขอสรุปเลยว่าเรื่องนี้ที่ผมชอบส่วนใหญ่ก็คงเป็นเรื่องการได้เห็นตัวละครในวรรณคดี และฉากไทยๆต่างมาโลดแล่นบนจอหนัง แต่ในขณะเดียวกันมันก็สื่อถึงความไม่หลากหลาย และโดยรวมๆของหนังเรื่องนี้มันแอบสื่อถึงความมักง่ายอยู่ค่อนข้างเยอะ เน้นทำอะไรที่สะดวก คิดไม่ยากเอาไว้ก่อน แต่ก็อยากให้ไปดูกันครับ เผื่อจะได้เอามาวิจารณ์และสร้างแรงในการปรับปรุงของผู้สร้างเขา ในส่วนที่ดีเราก็ขอชม ส่วนที่ไม่ดีก็ต้องขอดุกันหน่อย สุดท้ายก็ดีใจที่ทำมันออกมา ถือว่าไม่เสียเวลา

Written By:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *